วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน 2561 เวลา 09.30 น. นายพรพัฒน์ สุวรรณภูมิ ผอ.ปปส.ภ.5 พร้อมด้วย นายดนุชา ไชยวงค์ นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ นางสาวรัตติกาล คำมามุง นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ และนายปริญญา เกิดนิคม นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ เข้าร่วมการประชุมจัดทำแผนขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านการปราบปรามยาเสพติดและลดปัญหาการลักลอบนำเข้า ลำเลียงและแพร่ระบาดยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระยะเร่งด่วน 3 เดือน ณ ห้องประชุมเวียงกาหลง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยมีนายประจญ ปรัชญสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน โดยมีผลการประชุมที่สำคัญดังนี้
1. ผวจ.เชียงราย เน้นหลักการสำคัญในการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะเร่งด่วน 3 เดือน คือ ไม่ให้ยาเสพติดสามารถผ่านออกจากจังหวัดเชียงรายได้ ด้วยการบูรณาการประสานแผนการปฏิบัติของทุกหน่วยให้
ร้อยเรียงผลการปฏิบัติต่อกัน เพื่อให้เกิดผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการให้ผู้แทนแต่ละหน่วยในพื้นที่เสนอแผนการดำเนินงานที่สำคัญในแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะเร่งด่วน 3 เดือน และร่วมกันพิจารณาประสานแผนการปฏิบัติของแต่ละหน่วยให้สอดคล้องและร้อยเรียงกัน
2. ผอ.ปปส.ภ.5 เสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระยะเร่งด่วน 3 เดือนพื้นที่จังหวัดเชียงรายว่า
ให้มุ่งเน้น 2 ประเด็นที่สำคัญ ได้แก่
1) การสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้สามารถเข้ามาในประเทศ หรือไม่ให้สามารถลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในได้ โดยต้องดำเนินการโดยใช้ทุกกลไกที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ภายนอกประเทศโดยใช้กลไก BLO พื้นที่ชายแดนโดยใช้กลไก
กองกำลังทหาร พื้นที่หมู่บ้านชายแดนและหมู่บ้านต่อเนื่องชายแดน โดยใช้กลไกฝ่ายปกครอง การตั้งด่านตรวจ
จุดตรวจ จุดสกัดตามพื้นที่ต่างๆ โดยตำรวจภูธรจังหวัด และการสกัดกั้นยาเสพติดในระบบขนส่ง โลจิสติกส์ และเคมีภัณฑ์ โดยการอำนวยการของ ปปส.ภ.5 นอกจากนี้ ต้องเน้นให้ประชาชนสามารถเป็นกลไกที่สำคัญ
ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด
2) การลดจำนวนผู้เสพอย่างมีคุณภาพ ด้วยการคัดกรองผู้เสพยาเสพติด โดยวิธีการประชาคม และการตั้งด่านตามจุดต่างๆ และนำผู้เสพยาเสพติดเข้าสู่การบำบัดรักษา โดยการจัดทำค่ายบำบัดฯ รุ่นละ 100 ราย
นอกจากนี้ ยังต้องมีการติดตาม ช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดรักษายาเสพติด และการมอบทุนประกอบอาชีพ
โดยใช้กลไกศูนย์เพื่อประสานการดูแลผู้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูระดับอำเภอ พร้อมทั้งให้รายงานให้ ปปส.ภ.5 รับทราบ ทั้งนี้ ปปส.ภ.5 พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์เพื่อประสานการดูแลฯ
ทั้งนี้ ต้องมีการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินงานกิจกรรมสำคัญ ดังต่อไปนี้
- การอบรมชุด ชรบ. หมู่บ้านชายแดน เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังและเป็นกลไกการทำงานที่สำคัญในพื้นที่หมู่บ้านชายแดนและหมู่บ้านต่อเนื่องชายแดน โดยมีกรอบงบประมาณที่จะต้องสนับสนุนเบื้องต้น ประมาณ 3 ล้านบาท
- การสนับสนุนกิจกรรมเดินเวรยามเฝ้าระวังในพื้นที่หมู่บ้านชายแดนและหมู่บ้านต่อเนื่องชายแดน โดยมีกรอบงบประมาณที่จะต้องสนับสนุนเบื้องต้น ประมาณ 2 แสนบาท
- การสนับสนุนงบประมาณสำหรับการตั้งด่าน จุดตรวจ จุดสกัดตามพื้นที่ต่างๆ โดยเน้นด่านในลักษณ Frog Jump ทั้งนี้โดยพิจารณาสนับสนุนด่านให้ครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายตามแผนไทย-เมียนมา และแผนบริหารจัดการเพื่อการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือแบบเบ็ดเสร็จ
นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยดำเนินการตามแผนปกติต่อไป แต่ให้เพิ่มความเข้มข้นในส่วนที่เป็นจุดเน้นของภารกิจ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ